วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

ทุกข์ชาวบ้าน " ตำบลแก่งเสี้ยน กาญจนบุรี " .. มาทุบบ้านหนูทำไม !!!


         ภาพที่พ่อต้องเรื้อบ้าน .. เพราะศาลพิพากษาให้ออกจากพื้นที่ เป็นความทุกข์ของชาวบ้านและเด็กๆที่ หมู่บ้านแก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นความรู้สึกหดหู่ใจ ที่ได้พบเห็น " หนูน้อยเล่าว่า .. ผมไม่อยากไปจากที่นี่ .. บ้านหลังนี้ผมอาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด วันนี้พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผมอาศัยอยู่กับญาติ ที่ยังไม่รื้อบ้าน เพราะต้องเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ ...





           ทางสามแพร่ง ที่ชาวบ้าน และเด็กๆ ตำบลแก่งเสื้ยน ยืนอยู่ ณ เวลานี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ถึงความจริงใจ ของภาครัฐ ที่ย้ำนัก ย้ำหนา .. ว่าจะไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง !!  จะคืนความสุข .. ให้ประชาชน 

            คงจะได้เห็นกันก็ตอนนี้ว่า .. สิ่งที่พูดออกมา เป็นเพียง .. ยาหอม จรรโลงใจ หรือ ความจริงใจที่มีให้กันอย่างแท้จริง 



         สถานีประชาชน  ที่พึ่งของประชาชน แหล่งสุดท้าย  .. วันนี้ได้มีโอกาสติดตาม " น้องแป้ง " คุณธิดารัตน์ ษิณปักษา  พร้อมทีมงาน thai pbs นำทีมโดย ณัฐวุฒิ วงศ์สุวรรณ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ เพื่อรับทราบปัญหาความทุกข์ ของชาวบ้านแก่งเสี้ยน หมู่ที่ 4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

          ชาวบ้านเล่าว่า .. อยู่กันมากว่า  50 ปี ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ที่นี่เป็นเขตปกครองของ องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 87.52 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ54.700 ไร่ ได้รับการยกฐานะตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 มีทั้งหมด 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 4 บ้านหนองสองตอน  หมู่ที่ 5 บ้านหนองจอก  หมู่ที่ 6 บ้านตรอกมะตูม และ หมู่ที่ 7 บ้านท่าดินสอพอง  จำนวนครัวเรือน 2562 ครัวเรือน ประชากรกว่า 6000 คน  มีโรงเรียนบ้านหนองสองตอน ให้บริการด้านการศึกษา มีเด็กนักเรียนกว่า 250 คน  มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดถ้ำขุนไกร มีเด็กกว่า 50 คน มีวัดถ้ำขุนไกร เป็นที่รวมจิตใจของชาวบ้าน สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี 2478 - 2488 บริเวณที่เรายืนอยู่ขณะนี้ คือ หมู่ที่ 4 บ้านหนองสองตอน  มี 797 ครัวเรือน ประชากรกว่า 1540 คน ที่ถูกทหารฟ้องขับไล่ที่ ...




           ได้สอบถามชาวบ้านว่า .. แล้วพอทราบไหมว่า ทหารเขาจะเอาที่บริเวณนี้ไปทำอะไร .. ชาวบ้านเล่าว่า .. ข้อมูลยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ทหารแจ้งว่า จะเอาที่ไปทำสนามฝึกซ้อม ปืนใหญ่  บางกระแสก็บอกว่า .. ทหารจะเอาที่ไปสร้างหมู่บ้านธนารักษ์ ให้เหล่านายหารอยู่  บางกระแสก็บอกว่า .. จะเอาไปให้นายทุนทำโครงการหมู่บ้านจัดสรร  ...

             ที่ดินบริเวณนี้ จากข้อมูลพื้นฐาน เป็นที่ราษฎร์พัสดุ มีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแล แต่่ไม่ทราบว่า  ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานที่ บริเวณนี้อย่างไร บ้างก็ว่า ทหารเช่ากรมธนารักษ์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งกองบัญชาการ กรมทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ และพื้นที่บางส่วนใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมรบ .. อาจเป็นไปได้ว่า เช่าไว้เป็นจำนวนมาก แทบทั้งหมด ในบริเวณนี้ จนชาวบ้านบอกเป็นที่ทหาร ..






              หลายสิบปีผ่านไป ความเจริญเข้ามาในพื้นที่  มีหมู่บ้าน มีโรงเรียน  มีวัด มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า  ประปา เข้ามาในพื้นที่พร้อม มีการปักเขตแดน เพื่อแสดงขอบเขต ของที่อยู่อาศัย เรือกสวน  ไร่นา มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่  ซึ่งจัดเก็บตามระเบียบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

               มีความพยายามขับไล่ที่ชาวบ้านเป็นมาอยู่เนืองๆ แต่เนื่องจาก สถานที่แห่งนี้ ทั้ง 4 หมู่บ้าน เป็นชุมชนใหญ่จำนวน ครัวเรือน 2562 ครัวเรือน ประชากรกว่า 6000 คน จึงเป็นการยาก ที่จะกระทำได้ หลายครั้งหลายหน ที่มีการตั้งโต๊ะเจรจา แล้วการขับไล่ก็ต้องยุติไป  เพราะชาวบ้าน เขาไม่มีที่ไป และ ถือว่าที่นี่ คือบ้านเกิด ..





          การใช้อำนาจศาลยุติธรรม ในการฟ้องขับไล่ เป็นปรากฎการใหม่ ที่ ทหาร นำมาใช้  โดยเริ่มจากน้อย ล๊อตแรกมี 2 ครอบครัว ที่ศาลตัดสินให้ย้ายออกนอกพื้นที่  บ้านหนูน้อยคนนี้ ก็เป็น 1 ในสองหลังแรก ที่โดนพิพากษาแล้ว  ล๊อตนี้ ถือเป็นล๊อตที่สอง  จำนวนกว่า 30 ครัวเรือน ซึ่งศาลชั้นต้น พิพากษาแล้ว ให้รื้อย้ายออกจากพื้นที่ เหตุการณ์เหล่านี้ จะจบลงตรงไหน  จะมีอีกกี่ล๊อต ที่จะโดนฟ้องขับไล่ เรื่องนี้ จะจบกันอย่างไร ไม่มีใครคาดเดาได้  แต่สนามฝึกซ้อมปืนใหญ่  โครงการบ้านธนารักษ์ เพื่อนายทหาร หรือ โครงการบ้านจัดสรร ของเหล่านายทุน .. จะเกิดได้หรือไม่ !!  แล้วชาวบ้าน  เด็กๆ  โรงเรียน วัด  ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสื้ยน ฯลฯ จะไปอยู่ที่ไหน  ยังไม่มีใครตอบได้  แต่สิ่งที่ตอบได้ในขณะนี้ คือความเดือดร้อนของชาวบ้าน ที่ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี




##############@@ ####################


เรวัติ   น้อยวิจิตร  Hub Admin  Suphanburinews
หนังสือพิมพ์พลังชน - ทุกข์ชาวบ้าน  รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุพรรณบุรี จัด คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ และ บริการประชาชน

             


             นายไพสิฐ เกตุสถิตย์ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  มี  
 นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดฯ



              ที่หอประชุมโรงเรียนบางแม่หม้ายรัฐราษฎร์รังสฤษฏ์ ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธี และมีนักเรียน และเกษตรกรในพื้นที่มารับบริการจำนวน 500 คน



             นายไพสิฐ เกตุสถิตย์ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จัดขึ้นในรูปแบบบูรณาการงานบริการวิชาการเกษตรทุกสาขา ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน ฯลฯ โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์เข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกร ณ จุดเดียว ในรูปแบบกิจกรรมให้บริการเคลื่อนที่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเกษตรกรให้มีความตื่นตัว และยอมรับวัตกรรมใหม่ๆ ตามความต้องการและเหมาะสมกับเกษตรกรแต่ละพื้นที่


               ต่อจากนั้น นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ การให้บริการประชาชนในท้องที่ห่างไกล โดยได้มอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่คนชราและผู้ที่มีรายได้น้อยในพื้นที่ตำบลบางใหญ่ มอบข้าวสารเป็นอาหารกลางวันแก่นักเรียน และมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ฐานะทางบ้านยากจน




             ส่วนหน่วยงานราชการที่มาให้บริการประชาชน ก็มี ตรวจรักษาโรคต่างๆจากสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลเอกชน จำหน่ายสินค้าราคาถูก ตัดผม การให้ความรู้ในเรื่องกฎหมายจากสำนักงานอัยการจังหวัด การสาธิตการเกิดอัคคีภัย การแสดงดนตรีจากจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี เพื่อคืนความสุขให้กับประชาชน และมีหน่วยงานราชการในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มาให้บริการประชาชนอีกมากมาย













 ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี /  เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุพรรณบุรี จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2557 ยิ่งใหญ่





             ที่จังหวัดสุพรรณบุรี  นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 เป็นประธานเปิดงานประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี 2557  เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี 2557 โดยมีว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์  จองพานิช  ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวรายงาน ณ อุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ททท. จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนราชการ องค์กรปกครองท้องถิ่นและภาคเอกชน กำหนด “ประเพณีทิ้งกระจาดสุพรรณบุรี ประจำปี 2557” ขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 สิงหาคม 2557 และงานทิ้งกระจาดดินจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2557  ณ สมาคมตงฮั้วฮ่วยก้วง (สมาคมจีน) 




             โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นอันดีงาม และสืบทอดความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยกับชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีมาเป็นเวลานาน ขบวนแห่อันเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองอันยิ่งใหญ่ตระการตาได้เคลื่อนไปตามถนนมาลัยแมนเลี้ยวขวาแยกแขวงการทางไปตามถนนประชาธิปไตย และถนนพระพันวษา เข้าตลาด แล้วไปสิ้นสุดที่สมาคมจีน ตลอดเส้นทางที่ขบวนเจ้าพ่อผ่านมีหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมกันจัดโต๊ะบูชารอรับขบวนเจ้าพ่อหลักเมือง  ซึ่งแต่ละขบวนมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรมไทย –จีน โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศแห่มารอชมความอลังการของขบวนแห่เจ้ากันอย่างเนืองแน่น



             แต่ละขบวนมีกาจัดการแสดงวัฒนธรรมไทย-จีนที่หลากหลาย อาทิเช่น  ขบวนกลองศึก สิงโตวูซู ขบวนมังกรเก้าเซียน ขบวนเอ็งก่อบู๊ ขบวนเทพธิดาโปรยดอดาวเรือง  ขบวนเกี๊ยวอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมือง ขบวนอัญเชิญเซียนแปะกง  ขงจื้อ อั้วท้อ เซียนเฮ่งเจีย เจ้าแม่กวนอิม ไต่ฮงกง ตั่วล่อโก้ว  ขบวนลูกหลานเจ้าพ่อ ขบวนมิตรภาพไทย-จีน ขบวนหน้ากากนานาชาติ ขบวนกังฟู ขบวนคนต่อขา  ขบวนมังกรทองนครสวรรค์  แ ละวันที่ 15 ส.ค.เวลา พิธีทิ้งกระจาดที่ยิ่งใหญ่ ในเวลา 15.00 น .ณ สมาคมตงฮั้วฮ่วยก้วง
















             เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์

สุพรรณบุรี จัดงานเฉลิมพระเกียรติ " ๑๒ สิงหามหาราชินี "




จังหวัดสุพรรณบุรี จัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗


วันที่  ๑๒  สิงหาคม  ๒๕๕๗  ว่าที่ร้อยตรี  สุพีร์พัฒน์ จองพานิช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  พร้อมด้วย  นางดลใจ จองพานิช นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี  นำส่วนราชการ  พ่อค้า  ประชาชน  ร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่  สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗   ทรงมีพระชนมายุครบ 82 พรรษา ณ  บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี  



ต่อจากนั้น  ว่าที่ร้อยตรี  สุพีร์พัฒน์ จองพานิช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  พร้อมด้วย  นางดลใจ จองพานิช นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี  นำส่วนราชการ  พ่อค้า  ประชาชน  ลงนามถวายพระพรชัยมงคล  พิธีถวายเครื่องราชสักการะ พานพุ่มดอกมะลิ  และเป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแม่ดีเด่นจังหวัดสุพรรณบุรี  ณ  หอประชุมอาชาสีหมอก  ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี




















         
         พรฤดี สวัสดิ์นพรัตน์ ปชส.จ.สุพรรณบุรี / เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์